in

Tsuit ที่สุดของเรื่องรีวิว – ไม่เหมือนที่คิด? รีวิว Tesla Model Y Long Rangeใหม่! ขับดีขึ้นจริง แต่ข้อเสียเดิมยังอยู่! – [ที่สุด]


จะดีขึ้นแค่ไหน? กินไฟเท่าไหร่? ช่วงล่างเป็นยังไง? จะรีวิวเทียบชัดแบบจัดเต็มตามสไตล์ ‘ที่สุด’ จากใจคนที่ขับ Model Y อยู่เกือบทุกวันให้ได้รู้กันชัดๆ เลยคร้าบ

สารบัญวิดีโอ:
00:00 Intro รุ่นย่อยและราคา
02:33 จุดเปลี่ยนแปลงดีไซน์ภายนอก
05:12 จุดเปลี่ยนแปลงดีไซน์ภายใน
10:35 เทียบกับ Tesla Model Y โฉมเดิม
11:16 ทดลองขับ
11:20 ทดสอบอัตราเร่ง
14:43 Feeling เบรก
17:35 Feeling ช่วงล่าง
19:41 Feeling พวงมาลัย
23:27 การเก็บเสียง
24:44 นั่งเบาะหลัง
28:40 อัตราการกินไฟและการชาร์จไฟ
33:34 สรุป

สรุป:
คลิปนี้ ‘ที่สุด’ จะพาทุกคนไปรีวิว New Tesla Model Y สีใหม่! Glacier Blue
จริงๆ แล้วตอนเปิดตัว New Model Y Launch Series รุ่นออปชันพิเศา มีการปรับราคา +20,000 บาท เมื่อเทียบกับรุ่น Hardware 4.0 ก่อนหน้านี้ แต่พอเปิดขายเป็น New Model Y รุ่นปกติ ราคาถูกลง 30,000 บาท

ช่วงแรกเปิดขายทั้งหมด 2 รุ่นย่อย
– New Model Y รุ่น RWD ราคา 1,719,000 บาท
– New Model Y รุ่น Long Range ราคา 2,019,000 บาท

เราจะพาทุกคนไปรีวิวสิ่งที่ไม่อยู่ในสเปก!!! เพราะต้องบอกว่ารถไฟฟ้า Tesla เป็นรถที่ขับไม่เหมือนรถปกติ!

คันที่รีวิวมีอุปกรณ์ตกแต่งเพิ่มเติมดังนี้
– สีใหม่! Glacier Blue เพิ่มเงิน +75,000 บาท
– ล้อ 20” ลาย Helix 2.0 พร้อมยาง MICHELIN Pilot Sport EV ขนาด 255/40 R20 เพิ่มเงิน 80,000 บาท

แบตเตอรี่และระยะทางที่วิ่งได้
– รุ่น Long Range ตามสเปกวิ่งได้ไกลสุด 551 กม. (ตามมาตรฐาน WLTP) เพิ่มขึ้นจากเดิม 18 กม.
– แบตเตอรี่ NMC ขนาด 75 kWh
– รองรับ DC Fast Charge สูงสุด 250 kW
– รองรับ AC Charge สูงสุด 11 kW

ดีไซน์ภายนอก
– ไฟหน้าแบบ LED
– ตัวรถลู่ลมขึ้นก็จะประหยัดไฟมากขึ้น!
– ลดเสียงรบกวนในห้องโดยสาร
– การหล่อตัวถังรถแบบใหม่ ลดชิ้นส่วนจาก 70 ชิ้นให้เหลือเพียง 1 ชิ้น
– New Tesla Model Y ยาวขึ้น 3.9 ซม.
– ความสูงรถเท่าเดิม 1.624 ม.
– ไฟท้ายแบบใหม่! ไฟสะท้อนแสงตัวรถความยาว 1.6 ม. รุ่นแรกในกลุ่ม
– ดีไซน์กระจกและฝาท้ายใหม่
– ค่าประกันชั้น 1 ปีแรกราคาถูกลงหลักหมื่นบาท!

ดีไซน์ภายใน
– เสียงปิดประตูนุ่มขึ้นเยอะ!
– วัสดุภายในอัปเกรดใกล้เคียงรถยุโรปมากยิ่งขึ้น!
– ไฟห้องโดยสารสีขาว ปุ่มเปิด-ปิดแบบสัมผัส
– ค่าความถูกต้องของสี (Color Rendering Index – CRI) สูงถึง 90%
– ไฟสร้างบรรยากาศ Ambient Light
– หน้าจอกลางขนาด 15.4” ขอบจอบางลง
– เพิ่ม! กล้องที่กันชนหน้าพร้อมที่ฉีดน้ำล้างทำความสะอาด
– คอนโซลกลางออกแบบใหม่
– พวงมาลัยดีไซน์ใหม่!
– ก้านไฟเลี้ยว 1 จังหวะ
– ช่องแอร์หน้าใหญ่ขึ้น
– รุ่น Long Range เพิ่มลำโพงที่ประตูคู่หน้าอีก 2 ตำแหน่ง รวมเป็น 17 ตำแหน่ง
– เพิ่มไฟ Blind Spot สีแดงมาให้ (ใส่กันสั่นที่ insert หรือ slow ให้ช้าลงจะได้ไม่สั่น)
– เบาะคู่หน้าดีไซน์ใหม่ พร้อมระบบเป่าลมเย็น
– เบาะหลังปรับปรุงใหม่ เบาะรองนั่งยาวขึ้น ปรับเอนและพับด้วยไฟฟ้า
– เพิ่ม! หน้าจอด้านหลังแบบสัมผัส ขนาด 8”
– ย้ายเข็มขัดนิรภัยด้านหลังซ้าย-ขวาไปที่เสาประตูหลัง
– หลังคากระจก Panoramic เคลือบด้วย Silver ลดความร้อนได้ดีขึ้น 26%
– ตัวรับสัญญาณ Ultra-Wideband จับสัญญาณ Phone Key ได้ดีขึ้น 10 เท่า
– ฝาท้ายเปิด-ปิดด้วยไฟฟ้า เพิ่มโช้กไฟฟ้าเป็น 2 ฝั่ง
– ความจุสัมภาระท้าย 854 ลิตร
– ความจุเพิ่มเป็น 2,138 ลิตร เมื่อพับเบาะหลังแบบ 40:20:40
– ที่เก็บของใต้ฝากระโปรงหน้า (Frunk) ความจุ 117 ลิตร เพิ่ม! จุกระบายน้ำ

ทดลองขับ
– อัตราเร่ง 0 – 100 กม./ชม. ภายใน 4.82 วินาที อัตราเร่งดีขึ้นกว่า Model Y Long Range เดิมอย่างเห็นได้ชัด!
– อัตราเร่ง 80 – 120 กม./ชม. ภายใน 2.95 วินาที

Feeling เบรก
– เลือกระดับ Regenerative Braking ได้แล้ว!
– การหน่วงความเร็วยังเป็นแบบ One Pedal อยู่
– แป้นเบรกเป็นธรรมชาติมากขึ้น

Feeling ช่วงล่าง
– เก็บแรงสะเทือนจากพื้นถนนได้ดีขึ้น 51%
– แรงกดตัวรถด้านท้าย (Downforce) เพิ่มขึ้น 27%
– ยังปรับได้เฟิร์มกว่านี้อีกนิด โดยเฉพาะการขับขี่ที่ความเร็วสูง

Feeling พวงมาลัย
– ปรับการหมุนพวงมาลัย เป็น ~1.2 รอบ
– รัศมีวงเลี้ยว 6.13 ม.
– กระจกมองข้างเล็กเกินไปเมื่อเทียบกับขนาดตัวรถ

การเก็บเสียง
– เริ่มได้ยินเสียงลมที่ความเร็ว 110 – 120 กม./ชม.
– เก็บเสียงลมและพื้นถนนดีขึ้น ~20%

นั่งเบาะหลัง
– มีไอร้อนแผ่ลงมาช่วงกลางวันนิดนึง
– ลมแอร์หลังแรงขึ้น ปรับทิศทางได้มากขึ้น
– ช่วงล่าง-การเก็บเสียงต่างจากเดิม!

อัตราการกินไฟและการชาร์จไฟ
– ขับที่ความเร็ว 80 กม./ชม. กินไฟ 11.6 kWh/100 กม. (วิ่งได้ ~647 กม.)
– ขับที่ความเร็ว 100 กม./ชม. กินไฟ 15.1 kWh/100 กม. (วิ่งได้ ~497 กม.)
– ขับที่ความเร็ว 120 กม./ชม. กินไฟ 17.8 kWh/100 กม. (วิ่งได้ ~421 กม.)
– แบตเต็มวิ่งได้จริง ~550 กม.
– ชาร์จไฟบ้านมิเตอร์ปกติเฉลี่ยกิโลเมตรละ ~66 สตางค์
– Tesla Model Y รุ่นเริ่มต้น RWD รองรับ DC Fast Charge สูงสุด 170 kW
– Tesla Model Y รุ่น Long Range รองรับ DC Fast Charge สูงสุด 250 kW
– แบตเตอรี่สถาปัตยกรรม 400V
– ชาร์จแบตจาก 15% – 65% ใช้เวลา ~21 นาที

การชาร์จเร็วไม่ใช่จุดเด่นของรถ Tesla Model Y อีกต่อไป! จุดเด่นอยู่ที่สถานี Tesla Super Charger 28 แห่งทั่วประเทศ (ข้อมูล ณ เดือนเมษายน 2025)
– ไม่ต้องแย่งกับรถค่ายอื่น!
– ไฟแรง! รองรับการชาร์จของตัวรถได้เต็มที่
– ค่าไฟ DC Fast Charge หน่วยละ 7.17 บาท

แนะนำให้ไปลองขับลองสัมผัสคันจริงกันก่อนตัดสินใจนะครับ ถ้าใครสนใจลองขับลงทะเบียนจองคิวออนไลน์ได้ที่เว็บไซต์ของ Tesla กันได้เลยคร้าบ!
____________________________
ติดต่องานได้ที่
📨 business@tsuitreview.com
📞 Tel. 099-639-2544

ติดตาม ‘ที่สุด’ของเรื่องรีวิว ได้ที่
🔔 Facebook: https://facebook.com/tsuitreview
👉 TikTok: https://www.tiktok.com/@tsuitreview
🎙️ Apple Podcast: https://apple.co/3Y5j5CU
🎙️ Spotify: https://spoti.fi/3HtXvkk
____________________________

#Tesla #ModelY #รีวิว #รถไฟฟ้า

Source