in

ประวัติศาสตร์ นอกตํารา – อิหร่าน แห่งลุ่มน้ำเจ้าพระยา I ประวัติศาสตร์นอกตำรา EP.295


แม้จะมีชาวชาวมุสลิมหลากหลายกลุ่มในกรุงศรีอยุธยา แต่สามารถแบ่งได้กว้าง ๆ ตามนิกายทางศาสนาของตนเอง ได้แก่ “นิกายสุหนี่” ที่มีเชื้อสายจากอาหรับ อินโดนีเซีย มลายู และปัตตานี ส่วนอีกนิกาย คือ “ชีอะห์” (Shi-ah) ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวอิหร่าน หรือ “เปอร์เซีย”
นิกายชีอะห์ (Shi-ah) จะให้ความเคารพนับถือบรรดาลูกหลานของศาสดามะหะหมัดเป็นพิเศษ
โดยเฉพาะอิหม่ามฮุเซ็น (Husyn) ซึ่งเป็นหลานชายของศาสดามะหะหมัด ด้วยเหตุนี้คนไทยจึงมักเรียกชาวอิหร่านกลุ่มนี้ในอีกชื่อว่า “แขกเจ้าเซ็น” และยังคงเรียกติดปากกันมาจนถึงปัจจุบัน
นอกจากจะถูกเรียก “แขกเจ้าเซ็น” แต่ชาวเปอร์เซียหรือชาวอิหร่านและเชื้อสาย ยังถูกเรียกในอีกชื่อหนึ่งว่า “แขกมะหง่น” ซึ่งนักวิชาการบางคนสันนิษฐานว่า มาจากคำว่า “โมกุล” หรือ “มูกัลป์” (Mughal, Mugal)
ไม่เพียงชื่อเรียกแขกเจ้าเซ็น และแขกมะหง่น แต่ในเอกสารชาวตะวันตกยังเรียกมุสลิมกลุ่มนี้อย่างรวม ๆ ว่า “มัวร์” (Moor) ซึ่งชาวโปรตุเกสและสเปนใช้เรียกในความหมายรวม ๆ ต่อผู้นับถือศาสนาอิสลามที่มาจากแอฟริกาตะวันออก เอเชียตะวันออกกลาง เอเชียกลาง และอินเดีย
การเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลจากแดนไกลมายังกรุงศรีอยุธยาของแขกเปอร์เซีย อิหร่านและเชื้อสาย เชื่อว่าเกิดขึ้นก่อนชาวตะวันตกอย่างฝรั่งเศส โปรตุเกส หรือฮอลันดา เนื่องจากพบหลักฐานสำคัญเป็นจารึกอักษรอาหรับบนเหรียญทองคำทรงกลม หลงเหลือจากลักลอบขุดค้นสมบัติโดยคนร้ายที่กรุพระปรางค์วัดราชบูรณะ จ.พระนครศรีอยุธยา
ในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์ กษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยา เป็นช่วงเวลาแห่งเจริญสัมพันธไมตรีกับกลุ่มชนหลายเชื้อชาติ หนึ่งในนั้นคือราชสำนักเปอร์เซียจากอิหร่าน จนเมื่อชาวอิหร่านขยายชุมชนใหญ่โตขึ้น พวกเขาได้เริ่มเข้ามามีบทบาททางการค้า การเมือง และการปกครองในกรุงศรีอยุธยามากขึ้น
ด้วยความสัมพันธ์ที่แนบแน่นระหว่างสยามกับเปอร์เซียได้ส่งผลต่อการรับอิทธิพลทางวัฒนธรรมจากอิหร่าน เปอร์เซียในยุคราชวงศ์ซาฟาวีเข้าสู่สยามในสมัยอยุธยาตอนปลาย
อิทธิพลจากดินแดนอันห่างไกลนี้ยังได้ซึมซับ และพัฒนาในด้านสถาปัตยกรรม จิตรกรรม วรรณกรรม รวมถึงศิลปะแขนงต่าง ๆ ผ่านยุคสมัยร่วมกับชาวอยุธยา ธนบุรี จนกระทั่งถึงรัตนโกสินทร์ และได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตความเป็นอยู่ผู้คนในสยามประเทศไทยจวบจนปัจจุบัน

Source