มะละแหม่ง …คือศูนย์กลางของรัฐมอญ แต่มีผู้คนหลากหลายกลุ่มชาติพันธุ์อาศัยใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน
ย้อนกลับไปในอดีต มะละแหม่งมีชื่อเดิมว่า “ยามะปุระ” หรือ “รามมะวดี” สร้างโดยกษัตริย์มอญนามว่า “รามะยะราชา” กษัตริย์มอญหลายพระองค์ปกครองที่นี่ต่อเนื่องยาวนาน จนกระทั่งราชวงศ์มอญล่มสลายลงจากการยึดครองของพม่า
เมื่อเข้าสุ่ยุคอาณานิคม อังกฤษได้เข้ามาจัดการปกครองพม่าในฐานะมณฑลหนึ่งของอินเดีย ในชื่อว่า “บริติชเบอร์มา” (British Burma) มะละแหม่งถูกตั้งให้เป็นเมืองท่าทางการค้าตั้งแต่ปี พ.ศ. 2372- 2405 โดยเป็นศูนย์กลางการค้าไม้สัก และการค้าข้าวที่สำคัญในยุคนั้น
สาเหตุที่ทำให้อังกฤษเลือกมะละแหม่งให้เป็นเมืองท่าที่มีบทบาทสำคัญเมื่อครั้งอดีต นั่นเพราะเป็นเมืองตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำสาละวินทางด้านทิศตะวันออก และอยู่ใต้จุดบรรจบของแม่น้ำสามสาย คือ แม่น้ำสาละวิน แม่น้ำไจ และแม่น้ำอัตตาราน ซึ่งไหลออกสู่อ่าวเมาะตะมะ อันเป็นพื้นน้ำส่วนหนึ่งของทะเลอันดามัน
ทุกวันนี้ศาสนาพุทธยังคงเป็นศาสนาหลักของคนที่นี่ และเป็นสิ่งที่สามารถบ่งบอกได้ถึงตัวตนที่แท้จริงของความเป็นมอญ แม้เรื่องราวในประวัติศาสตร์จะทำให้คนมอญสิ้นแผ่นดินในการปกครองตนเอง แต่ศรัทธาที่มีต่อพุทธศาสนาอันเป็นมรดกวัฒนธรรมดั้งเดิมยังคงฝังรากลึกอยู่ในสายเลือดของลูกหลานชาวมอญไม่เคยเปลี่ยนแปลง
มะละแหม่งคือภาพสะท้อนส่วนหนึ่งของความเป็นชนชาติมอญที่ยังคงดำรงอยู่มาจนถึงทุกวันนี้ ภายใต้การผูกโยงสำนึกต่าง ๆ อีกมากมายในความเป็นมอญเข้าด้วยกันอย่างเหนียวแน่น และมั่นคง
Source