in

เช็กที่นี่ รัฐบาลจ่ายเงินเข้าบัญชี ช่วยลดค่าครองชีพเฉพาะกลุ่ม ใครเข้าข่ายบ้าง

          รัฐบาลจ่ายเงินเข้าบัญชีโดยตรง ช่วยเหลือค่าครองชีพให้กับ 3 กลุ่ม พร้อมส่องมาตรการระยะสั้น ระยะยาว รองรับประชาชนกลุ่มอื่น ๆ แก้ปัญหาค่าครองชีพ


ภาพจาก Montree studio / Shutterstock.com

           เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2565 พล.อ. ประยุทธ์
จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก
ประกาศแจ้งข่าวว่า จะมีการจ่ายเงินเข้าบัญชีโดยตรง
เพื่อช่วยเหลือค่าครองชีพให้กับกลุ่มเปราะบาง 3 กลุ่ม ซึ่งเป็นมาตรการที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง ประกอบด้วย

           1. เบี้ยผู้สูงอายุ 600 -1,000 บาท ตามเกณฑ์อายุ (อายุ 60-69 ปี จะได้รับ
600 บาท / อายุ 70-79 ปี จะได้รับ 700 บาท / อายุ 80-89 ปี จะได้รับ 800 บาท / อายุ 90 ปี ขึ้นไป จะได้รับ 1,000 บาท)

           2. เงินอุดหนุนเด็กแรกเกิด 600 บาท ต่อเด็ก 1 คน

          
3. เบี้ยผู้พิการ 800-1,000 บาท ตามเกณฑ์อายุ (อายุต่ำกว่า 18 ปี จะได้รับ
1,000 บาท / อายุ 18 ปีขึ้นไป จะได้รับ 800 บาท)

          
นอกจากนี้ ยังมีมาตรการอื่น ๆ ทั้งระยะสั้นและระยะยาว ที่หน่วยงานภาครัฐได้ดำเนินการไปแล้ว ดังนี้

1. กองทุนประกันสังคม

           ลดอัตราเงินสมทบ 3 เดือน (พฤษภาคม – กรกฎาคม 2565) แบ่งออกเป็น

           – กรณี ม.33 นายจ้างและลูกจ้าง จ่ายเงินสมทบกองทุนฯ เหลือฝ่ายละ 1% จากเดิม 5%

          
– กรณี ม.39 จากเดิม 9% ของฐานค่าจ้าง 4,800 บาท (เดือนละ 432 บาท)
ให้เหลือ 1.9% (เดือนละ 91 บาท) ซึ่งจะช่วยเสริมสภาพคล่องให้ผู้ประกันตนได้
ประมาณ 1,000 -1,800 บาทต่อคน
ในขณะเดียวกันนายจ้างก็มีสภาพคล่องเพิ่มมากขึ้นด้วย

2. กระทรวงแรงงาน

           
– เพิ่มการจ่ายเงินสมทบให้ผู้ประกันตนขึ้น อีก 2.95% ของค่าจ้าง (ช่วง 3
เดือน พฤษภาคม -กรกฎาคม 2565 ที่ลดอัตราส่งเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคม)
เพื่อไม่ให้กระทบการจ่าย “เงินบำเหน็จชราภาพ” แก่ผู้ประกันตนว่า 4.8
ล้านรายในอนาคต

3. ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)

           
– เปิด “โครงการสินเชื่อสู้ภัย COVID-19”
เพื่อเพิ่มสภาพคล่องในการดำรงชีวิตให้แก่เกษตรกร หรือลูกจ้างภาคการเกษตร
วงเงินรายละไม่เกิน 10,000 บาท โดยไม่ต้องมีคนค้ำประกัน ดอกเบี้ยต่ำ 0.35%
ต่อเดือน (flat rate) และปลอดการชำระต้นเงินและดอกเบี้ย 6 เดือนแรก

4. กระทรวงศึกษาธิการ

            – จัดตั้ง “สถานีแก้หนี้ครู” 558 แห่งทั่วประเทศ มีครูได้รับประโยชน์ทันทีกว่า 460,000 คน

5. บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.)

           
– ร่วมกับ 16 สถาบันการเงินจัดทำ “โครงการค้ำประกันสินเชื่อ” (Portfolio
Guarantee Scheme) ระยะพิเศษ วงเงิน 90,000 ล้านบาท
เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs กลุ่มลูกหนี้เดิม ที่มีสินเชื่อคงค้าง
สร้างสภาพคล่องในการดำเนินธุรกิจและช่วยพยุงการจ้างงาน

6. ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.)

           
– ตรึงดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านถึงสิ้นปี 2565 เพื่อช่วยบรรเทาภาระของผู้กู้
และกระตุ้นการฟื้นตัวของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
คาดว่าจะมีผู้มาขอสินเชื่อกับ ธอส. ตลอดทั้งปี มูลค่ากว่า 240,000 ล้านบาท

เช็กที่นี่ รัฐบาลเตรียมจ่ายเงินเข้าบัญชี
ภาพจา เฟซบุ๊ก ประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut Chan-o-cha 

เช็กที่นี่ รัฐบาลเตรียมจ่ายเงินเข้าบัญชี
ภาพจา เฟซบุ๊ก ประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut Chan-o-cha 

ขอบคุณข้อมูลจาก เฟซบุ๊ก ประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut Chan-o-cha 

ขอบคุณบทความจาก : Kapook.com