in

ผู้ชายฉีดน้ำหอมตรงไหนดี ให้กลิ่นหอมฟุ้ง ชวนฟิน ติดทนนาน

ผู้ชายฉีดน้ำหอมตรงไหนดี ให้กลิ่นหอมฟุ้ง ชวนฟิน ติดทนนาน

          ฉีดน้ำหอมตรงไหน ผู้ชายที่อยากเสริมเสน่ห์ความมั่นใจในทุกโอกาส ลองมาดูวิธีฉีดน้ำหอมผู้ชาย ให้กลิ่นติดทน หอมนานกัน

          หนุ่ม ๆ เคยรู้สึกหลงใหลใครสักคนเพียงเพราะได้กลิ่นหอม ๆ เวลาเขาหรือเธอเดินผ่านไหมครับ ? นี่แหละที่บ่งบอกได้ว่า “น้ำหอม” เป็นอาวุธสำคัญที่ช่วยสร้างเสน่ห์และความประทับใจให้กับผู้คนที่เราพบเจอ ไม่ว่าจะในชีวิตประจำวันหรือในโอกาสพิเศษต่าง ๆ ซึ่งไม่ใช่แค่ผู้หญิง แต่หนุ่ม ๆ เองนั้นกลิ่นหอมก็เป็นส่วนช่วยให้เรามีความมั่นใจและสามารถดึงดูดให้ใคร ๆ อยากเข้าใกล้มากขึ้นเช่นกัน แต่การฉีดน้ำหอมผู้ชายก็ไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่คิด เพราะบางคนอาจไม่รู้ว่าผู้ชายฉีดน้ำหอมตรงไหน ยังไง ถึงจะเหมาะ กลิ่นติดทน หอมฟุ้ง โดยไม่ต้องพรมจนทั่วร่าง วันนี้กระปุกดอทคอมจึงมีวิธีฉีดน้ำหอมผู้ชาย พร้อมทริกฉีดจุดไหนให้กลิ่นฟุ้งกระจายที่สุดมาแนะนำกันครับ

ผู้ชายฉีดน้ำหอมตรงไหนดี ?

          วิธีฉีดน้ำหอมที่ง่ายและได้ผลดีที่สุดก็คือการฉีดตามจุดชีพจร (Pulse Point) เพราะจุดชีพจรเหล่านี้จะส่งความร้อนออกสู่ภายนอก ทำให้กลิ่นน้ำหอมฟุ้งและติดทนนาน นอกจากนั้นจุดที่ฉีดก็ควรมีอุณหภูมิร่างกายสูงด้วย เพื่อให้ความร้อนจากการหมุนเวียนเลือดบวกกับจังหวะการเต้นของชีพจรกระตุ้นให้น้ำหอมกระจายกลิ่นได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งจุดฉีดน้ำหอมของผู้หญิงกับผู้ชายก็มีความแตกต่างกันเล็กน้อย มาดูกันว่าจุดที่ผู้ชายควรฉีดน้ำหอมอยู่ตรงไหนบ้าง

1. หลังใบหู

          จุดนี้เรียกได้ว่าเป็นเซ็นเตอร์ในการฉีดน้ำหอม ฉีดแค่ตรงนี้จุดเดียวก็จะมีกลิ่นหอมได้ทั่วทั้งบอดี้เลย เพราะหลังใบหูค่อนข้างมีอุณหภูมิสูง ทำให้น้ำหอมกระจายตัวได้ดี ที่สำคัญการฉีดน้ำหอมในจุดนี้จะทำให้เวลาที่เราคุยกับใครหรือต้องเข้าไปใกล้ใคร คนคนนั้นได้กลิ่นน้ำหอมจากเราได้ทันที เหมาะกับการฉีดไปทำงานก็ได้ เจอเพื่อนก็ดี หรือเจอแฟนก็ยิ่งเซ็กซี่เข้าไปใหญ่

2. บริเวณคอ ไหล่

          ช่วงคอ ไหล่ สันกรามด้านล่าง เป็นจุดที่ผู้ชายควรฉีดน้ำหอม เพราะเป็นมีอุณหภูมิสูงเช่นกัน เมื่อรูขุมขนบริเวณนี้เปิดก็จะทำให้น้ำหอมซึมสู่ผิวและกลิ่นติดทนนานไปด้วย ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องฉีดเยอะให้เปลืองเลย หรือถ้าอยากเพิ่มเสน่ห์อีกนิดก็ลองฉีดบริเวณหลังคอได้อีกจุดหนึ่ง เพราะจะทำให้กลิ่นหอมตามหลังเรา เวลาเดินสวนกับใคร อาจทำให้คนนั้นหันกลับมามองหาเจ้าของกลิ่นเลยทีเดียว

3. อก กระดูกไหปลาร้า

          หน้าอกเป็นอีกจุดหนึ่งที่เหมาะแก่การฉีดน้ำหอม เพราะเป็นจุดที่มีความอบอุ่น แถมยังอยู่ใกล้หัวใจอีกด้วย พอหัวใจเต้นที กลิ่นกระจายที ถึงแม้จะเป็นจุดที่ตัวเราเองจะได้กลิ่นฟุ้งมากที่สุด แต่ถ้าอยากตกใครสักคน จุดนี้เวิร์กมากครับ ลองได้เผลอมาซบอก ร้อยทั้งร้อยก็ตายเรียบ ! แต่ขอแนะนำให้ฉีดก่อนใส่เสื้อจะดีกว่า กลิ่นจะได้ติดผิวไปนาน ๆ
น้ำหอมผู้ชาย

4. ข้อพับ ท้องแขน

          บริเวณข้อพับและท้องแขนเป็นจุดที่อุณหภูมิกลาง ๆ มีความอุ่นเล็กน้อย ฉีดแล้วกลิ่นยังติดทนได้อยู่ ยิ่งเวลาเราขยับแขนก็จะทำให้เกิดความร้อนและช่วยกระจายกลิ่นไปรอบตัวได้ดียิ่งขึ้น เหมาะสำหรับการฉีดไปทำงานหรือในวันสบาย ๆ ที่ไม่ต้องการกลิ่นฉุนรุนแรงนัก

5. ข้อมือ

          ข้อมือก็เป็นอีกจุดสุดฮอตที่คนส่วนใหญ่นิยมฉีดน้ำหอม แม้จะมีอุณหภูมิที่ต่ำกว่า แต่ก็เป็นจุดชีพจรที่ช่วยกระตุ้นให้กลิ่นหอมกระจายตัวออกมาเป็นจังหวะต่อเนื่อง ยิ่งถ้าเราเคลื่อนไหวมือและข้อมือตลอด ทั้งตัวเราเองและคนข้าง ๆ ก็จะได้กลิ่นหอมชวนฟินสุด ๆ เลยล่ะครับ

วิธีฉีดน้ำหอมผู้ชาย เพื่อให้กลิ่นติดทน หอมนาน

          ฉีดน้ำหอมหลังจากอาบน้ำเสร็จใหม่ ๆ เพราะเป็นช่วงที่ผิวหนังจะเปิดรับและซึมซับกลิ่นน้ำหอมได้ดีที่สุด แต่ควรเช็ดให้ผิวแห้งเสียก่อนนะ

  • ผิวที่ชุ่มชื้นจะช่วยให้กลิ่นน้ำหอมติดทนนานยิ่งขึ้น ควรทามอยส์เจอไรเซอร์หรือครีมทาผิวก่อนใส่น้ำหอม โดยเลือกแบบที่มีกลิ่นน้อยที่สุด เพื่อไม่ให้กลิ่นตีกัน หรืออาจทาวาสลีนในจุดที่จะฉีดก็ได้
  • ควรฉีดน้ำหอมแค่พอประมาณ เพราะแทนที่จะหอม กลับทำให้คนรอบข้างเวียนหัวได้ แค่ฉีดตามจุดที่บอกข้างต้น 3-4 ทีก็พอ less is more จะมีความน่าค้นหามากกว่า
  • ระยะห่างในการฉีดน้ำหอมก็สำคัญ โดยควรถือน้ำหอมให้ห่างจากจุดที่จะฉีดประมาณ 4-6 นิ้ว
  • ไม่ควรฉีดน้ำหอมใส่เสื้อผ้า เพราะนอกจากกลิ่นจะระเหยไวและตีกับน้ำยาปรับผ้านุ่มจนกลิ่นเพี้ยนแล้ว หากเราฉีดลงบนเสื้อสีขาวยังเสี่ยงต่อการเกิดคราบหรือเป็นวงให้เห็นอีกด้วย
  • การใช้ข้อมือถูกันหลังฉีดน้ำหอมไม่ช่วยให้น้ำหอมติดทนขึ้น แต่จะไปเร่งการระเหยของ Top Notes ทำให้กลิ่นน้ำหอมจางเร็วขึ้น

          รู้อย่างนี้ หนุ่ม ๆ ก็สามารถฉีดน้ำหอมได้ถูกจุด เพื่อให้กลิ่นหอม ติดทนนาน จนใคร ๆ ก็อยากอยู่ใกล้ โดยเฉพาะสาว ๆ แต่ที่สำคัญต้องใช้อย่างพอดีและเลือกกลิ่นที่เข้ากับตัวเราด้วยนะครับ

ขอบคุณข้อมูลจาก : bespokeunit.com, fragrancex.com, thetrendspotter.net, artofmanliness.com

ขอบคุณบทความจาก : Kapook.com