in

ประเทศเวียดนาม เตรียมเปิดรับนักท่องเที่ยวที่ฉีดวัคซีนครบโดสเดือนมีนาคม

ประเทศเวียดนาม เตรียมเปิดรับนักท่องเที่ยวที่ฉีดวัคซีนครบโดสเดือนมีนาคม

          เวียดนาม เตรียมเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ตั้งแต่วันที่ 15 มีนาคม 2565 เป็นต้นไป พร้อมรายละเอียดผ่อนคลายมาตรการกักตัวต่าง ๆ
          ข่าวดีสำหรับขาเที่ยวทั้งหลาย ประเทศเวียดนาม เตรียมเปิดประเทศต้อนรับนักท่องเที่ยว และเปิดกิจกรรมการท่องเที่ยวทั้งหมด เริ่มตั้งแต่วันที่ 15 มีนาคม 2565 พร้อมเสนอนโยบายการออกวีซ่าสำหรับผู้โดยสารขาเข้าระหว่างประเทศ ทั้งนี้ ใครที่ได้รับวัคซีนครบสามารถเที่ยวได้แบบไม่ต้องกักตัว โดยรายละเอียด มาตรการ และเงื่อนไขต่าง ๆ เป็นอย่างไร เรามีมาฝากแล้ว

เงื่อนไขการเดินทางเข้าเวียดนามของชาวต่างชาติ

          จากตามประกาศของสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงฮานอย เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2565 ประกาศถึงบุคคลที่สามารถเดินทางเข้าเวียดนาม โดยแบ่งเป็น 3 ประเภท ดังนี้

ภาพจาก เฟซบุ๊ก Royal Thai Embassy, Hanoi

          ทั้งนี้ การเดินทางเข้าเวียดนามเพื่อการท่องเที่ยวในประเภทที่ 3 ต้องเป็นลักษณะการเดินทางเข้าแบบกลุ่มทัวร์ที่เข้ามาเฉพาะสถานที่ท่องเที่ยวที่รัฐบาลเวียดนามกำหนด เมื่อครบระยะเวลาท่องเที่ยวจะต้องเดินทางออกพร้อมกับกลุ่มทัวร์ ไม่สามารถเดินทางไปยังสถานที่อื่น ๆ ในเวียดนามได้
เวียดนาม

ภาพจาก : Elizaveta Galitckaia / Shutterstock.com

          แต่เร็ว ๆ นี้มีข่าวดีแว่ว ๆ ว่า เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2565 นายกรัฐมนตรีเวียดนามเห็นด้วยกับข้อเสนอของกระทรวงวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว และความเห็นของกระทรวงและหน่วยงานในที่ประชุม เรื่องเวลาให้เปิดกิจกรรมการท่องเที่ยวอีกครั้งภายใต้สภาวะปกติใหม่ตามทิศทางของนายกรัฐมนตรี และให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าสู่ประเทศเวียดนามอย่างปกติ ตั้งแต่วันที่ 15 มีนาคม 2565 ดังปรากฏข้อมูลจาก เว็บไซต์ vietnamtourism.gov.vn โดยอนุญาตให้นักท่องเที่ยวจากประเทศที่ได้รับการยกเว้นวีซ่า หรือขอวีซ่า on arrival หรือ E-Visa หรือวีซ่าปกติ จะสามารถขอวีซ่าและเดินทางเข้าประเทศเวียดนามได้ปกติ เหมือนกับช่วงก่อนโควิด 19 ระบาด โดยมีมาตรการเบื้องต้นดังนี้
 

          1. เด็กอายุต่ำกว่า 11 ขวบ ไม่บังคับให้ต้องแสดงเอกสารการฉีดวัคซีน

          2. ผู้มีอายุตั้งแต่ 12 ปีขึ้นไป จะต้องแสดงเอกสารการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด Passport vaccine (สามารถใช้หมอพร้อมได้เลย) อย่างน้อย 2 เข็ม และเข็มที่ 2 ต้องอย่างน้อยก่อนเดินทางไม่เกิน 6 เดือน

          3. ต้องมีผลตรวจ RT-PCR ก่อนเดินทาง 72 ชั่วโมง หรือผลตรวจ ATK ภายใน 24 ชั่วโมง

          4. ต้องซื้อประกันการคุ้มครองรักษาโควิด 10,000 เหรียญสหรัฐ (ค่าประกันประมาณ 30 เหรียญ หรือประมาณ 1,000 บาท)

          5. หากผู้เดินทางมีอาการเมื่อเข้ามาถึงเวียดนาม ต้องตรวจ ATK ที่สนามบินที่ด่านตรวจคนเข้า-ออกประเทศทันที

          6. บังคับนักท่องเที่ยวเข้ามาเวียดนามต้องใส่หน้ากากอนามัยในทุก ๆ สถานที่ที่เดินทาง

          7. ดาวน์โหลดแอปฯ PC COVID ของเวียดนาม เพื่อตรวจสุขภาพในช่วงเวลาที่อยู่ในประเทศเวียดนาม

          8. เดินทางเข้าที่พักที่ลงทะเบียนไว้และกักตัวเอง 24 ชั่วโมง พร้อมตรวจหาเชื้อโควิดแบบ Rapid Antigen Test หรือ RT-PCR จากนั้นจะมีการติดตามสุขภาพต่ออีกใน 14 วัน ตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุข

          ทั้งนี้ ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลง สามารถติดตามรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ vietnamtourism.gov.vn หรือ เฟซบุ๊ก Royal Thai Embassy, Hanoi

แนวทางการเดินทางเข้าประเทศไทย

          สำหรับนักท่องเที่ยวที่ไปเที่ยวเวียดนาม เมื่อกลับมายังไทยจำเป็นต้องกักตัวตามมาตรการของ ศบค. จากข้อมูลเฟซบุ๊ก เฟซบุ๊ก กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ แจ้งแนวทางการเดินทาง Test and Go (สำหรับคนสัญชาติไทย) นักท่องเที่ยวเข้าไทยต้องจองโรงแรมล่วงหน้าในวันที่ 1 และ 5 พร้อมตรวจหาเชื้อโควิด 19 ด้วยวิธี RT-PCR 2 ครั้ง และต้องติดตามการเข้าพัก-ออกโรงแรม 7 วัน ดังนี้
เวียดนาม

ภาพจาก เฟซบุ๊ก กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ

          เริ่มลงทะเบียนได้ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2565 โดยมีเงื่อนไขผู้เดินทาง ดังนี้
 

  • เดินทางได้จากทุกประเทศ/พื้นที่
  • ฉีดวัคซีนครบตามเกณฑ์ฉีดวัคซีน
  • บุคคลสัญชาติไทยไม่ต้องซื้อประกันภัย
  • มีหลักฐานการชำระเงินค่าโรงแรม SHA Extra+ / AQ จำนวน 2 ครั้ง (วันที่เดินทางถึงและวันที่ 5)
     

          1. ลงทะเบียนผ่านระบบ Thailand Pass ที่เว็บไซต์ tp.consular.go.th (ควรลงทะเบียนล่วงหน้าอย่างน้อย 7 วัน ก่อนวันเดินทางจริง)

          2. ตรวจหาเชื้อโควิด 19 (ก่อนเดินทาง)

          3. ตรวจ RT-PCR ครั้งที่ 1 เมื่อเดินทางถึงประเทศไทย (วันที่ 1)

          4. ตรวจ RT-PCR ครั้งที่ 2 ระหว่างพำนักในประเทศไทย (วันที่ 5)
 

          ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์ consular.mfa.go.th
 

          นอกจากนี้ ที่ประชุม ศบค. ยังได้มีมติเปิดพื้นที่แซนด์บ็อกซ์เพิ่มเติมใน 2 พื้นที่ ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2565 เช่นกัน ได้แก่
 

  • จังหวัดชลบุรี (อำเภอบางละมุง เมืองพัทยา, อำเภอศรีราชา เกาะสีชัง สัตหีบ เฉพาะตำบลนาจอมเทียน และบางเสร่)
  • จังหวัดตราด (เกาะช้าง)

          สำหรับผู้เดินทางสามารถเดินทางระหว่างพื้นที่แซนด์บ็อกซ์เดิม จังหวัดภูเก็ต กระบี่ พังงา และสุราษฎร์ธานี (เกาะสมุย เกาะเต่า และเกาะพะงัน) ได้ภายใน 7 วันที่พำนักในแซนด์บ็อกซ์ และต้องจองโรงแรม SHA Extra Plus หรือ AQ เป็นเวลา 7 วัน พร้อมการตรวจ RT-PCR 2 ครั้ง (ในวันแรกและวันที่ 5-6) โดยสามารถย้ายโรงแรมในพื้นที่/กลุ่มจังหวัดแซนด์บ็อกซ์ได้ไม่เกิน 3 แห่ง
 

          หมายเหตุ : มาตรการ Test and Go (สำหรับคนสัญชาติไทย) อาจมีการเปลี่ยนแปลง สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ

เช็กลิสต์ที่เที่ยวเวียดนาม

          พอได้ยินข่าวแบบนี้แล้ว เชื่อว่าหลายคนน่าจะกำลังตื่นเต้น เผลอ ๆ เตรียมวางแผนทริปกันอยู่แน่ ๆ ซึ่งหากใครเคยไปเที่ยวเวียดนามก่อนที่โควิด 19 จะระบาด ก็น่าจะได้ยินกิตติศัพท์ของสถานที่ท่องเที่ยวเวียดนามที่ทั้งสวยงามและหลากหลาย ซึ่งหลัก ๆ แต่ละภูมิภาคของเวียดนามก็มีความโดดเด่นไม่ซ้ำกัน

เวียดนามเหนือ

          ประกอบด้วยเทือกเขาสูง โดยเฉพาะเทือกเขาฟานสีปัน สูงจากระดับน้ำทะเล 3,143 เมตร สูงที่สุดในอินโดจีน และยังเป็นที่ตั้งของเมืองหลวงฮานอย ด้วยเพราะธรรมชาติที่สมบูรณ์จึงทำให้ที่นี่เหมาะกับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบธรรมชาติ ชมภูเขา สัมผัสอากาศเย็น สถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจ เช่น ฮานอย, ฮาลองเบย์ และซาปา เป็นต้น
เวียดนาม

เวียดนาม

เวียดนามกลาง

          พื้นที่ส่วนใหญ่บริเวณนี้เป็นที่ราบสูง ประกอบด้วย หิน ภูเขาไฟ เนินทราย และทะเลทราย แต่ถึงอย่างนั้นก็มีสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นที่รู้จักและน่าไปเยือนมากมาย เช่น ดานัง, ฮอยอัน เป็นต้น

เวียดนาม

ภาพจาก : TBone Lee / Shutterstock.com

เวียดนามใต้

          เป็นที่ตั้งของกรุงโฮจิมินห์ เมืองที่ใหญ่ที่สุดของเวียดนามใต้ ทั้งยังเป็นเมืองศูนย์กลางเศรษฐกิจสำคัญของประเทศ พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบลุ่มอุดมสมบูรณ์ เหมาะแก่การเพาะปลูก นอกจากนี้ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ นอกเหนือจากโฮจิมินห์แล้วก็ยังมีดาลัด เมืองที่อบอวลด้วยกลิ่นอายวัฒนธรรมตะวันตก ทำเอาหลายคนประทับใจไม่รู้ลืม
เวียดนาม

          หรือใครที่ยังคิดไม่ออกว่าจะไปเที่ยวที่ไหนดีของเวียดนาม อย่างนั้นลองดูลิสต์ที่เราเอามาฝากก่อนก็ได้นะ
  • 10 สถานที่ท่องเที่ยวในเวียดนาม ถ้าพลาดแล้วจะเสียใจ
  • เที่ยวเวียดนามมุมใหม่ ไปเที่ยวญาจาง เมืองชายฝั่งทะเลสวยเงียบสงบ
  • Crazy House บ้านประหลาดแห่งดาลัด แลนด์มาร์กต้องไปเยือน
  • ชมวิวสวย ๆ ยอดเขาฟานซีปัง เวียดนาม หลังคาแห่งอินโดจีน ที่จะทำให้คุณประทับใจไม่รู้ลืม
  • Diep Son Island เวียดนาม ชมทะเลแหวกเชื่อมเกาะกลางทะเล สวยงามเว่อร์
  • เที่ยวซาปา ชวนสัมผัสเส้นทางรถไฟสวยตระการตา สู่ยอดเขาฟานซีปัง
  • เที่ยวซาปา กับ 20 เรื่องควรรู้ก่อนไปเยือนแดนหิมะแห่งเวียดนามเหนือ
  • 19 สถานที่ท่องเที่ยวน่าไปเยือน ในเมืองดาลัด ประเทศเวียดนาม

ข้อน่ารู้เล็ก ๆ น้อย ๆ สำหรับเที่ยวเวียดนาม

          ในเมื่อเวียดนามเตรียมจะเปิดประเทศให้นักท่องเที่ยวเข้าเที่ยวแล้วทั้งที เราเลยมีข้อแนะนำเล็ก ๆ น้อย ๆ สำหรับการมาเที่ยวเวียดนาม เผื่อว่าไว้เป็นทริกอำนวยความสะดวกให้ราบรื่นมากยิ่งขึ้น

  • เวียดนามใช้เวลาไทม์โซนเดียวกับไทย ดังนั้นจึงไม่ต้องห่วงและสับสนเวลาให้เหนื่อยใจ
     
  • สกุลเงินเวียดนาม คือ ดองเวียดนาม 1 VND = 0.0014 บาท (อัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2565)
     
  • การเดินทางไปเที่ยวตามที่ต่าง ๆ แนะนำว่าควรใช้ Grab Taxi เพื่อว่าจะได้หลีกเลี่ยงกลโกงของเหล่ามิจฉาชีพต่าง ๆ
     
  • ไม่ต้องกังวลว่าทำไมเวลาเดินตามท้องถนนจะได้ยินเสียงคนบีบแตรรถตลอดเวลา ขอให้รู้ไว้ว่าเป็นเรื่องปกติ ผู้คนเขาไม่ได้มีการโกรธเคืองกันแต่อย่างใด
     
  • แนะนำเทคนิคการข้ามถนนที่เวียดนาม ควรข้ามบริเวณทางม้าลายเท่านั้น และหาจังหวะข้ามดี ๆ แล้วก้าวเดินอย่างมั่นใจ รถจะชะลอให้เราเอง
     
  • เอาจริง ๆ แม่ค้าส่วนใหญ่ที่เวียดนามมักพูดภาษาไทยได้ ดังนั้นเวลาซื้อของสามารถต่อรองราคาได้แบบสุด ๆ เอาที่พอใจกันได้เลย
เวียดนาม

ภาพจาก : argentozeno_th / Shutterstock.com

          สำหรับใครที่คิดถึงการเดินทางเที่ยวต่างประเทศ ยังไงลองศึกษาข้อมูลให้ดี ๆ เพราะบางทีกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ก็อาจมีการเปลี่ยนแปลงภายหลัง เพราะขึ้นอยู่กับสถานการณ์โควิด 19 ของประเทศนั้น ๆ เป็นสำคัญ ทางที่ดีแนะนำว่าให้สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ เฟซบุ๊ก Royal Thai Embassy, Hanoi

หมายเหตุ : ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงกรุณาตรวจสอบอีกครั้ง

ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก
เฟซบุ๊ก Royal Thai Embassy, Hanoi และ เฟซบุ๊ก กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ

ขอบคุณบทความจาก : Kapook.com